จาก https://www.facebook.com/share/v/181dazHvtz/
https://www.facebook.com/reel/1382067723606508
มีพระสูตรที่พูดเกี่ยวกับ "อาหาร" คือ อาหารสูตร หรือ นิวรณอาหารสูตร ปรากฏอยู่ในพระไตรปิฎกเล่มที่ 19 สังยุตตนิกาย มหาวารวรรคข้อ 37 หรือ อ้างอิงแบบฝรั่งคือ sn46.51
https://84000.org/tipitaka/book/v.php?B=19&A=3082&Z=3189#:~:text=%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%8E%E0%B8%81%20%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88,sn46.51/en/bodhi
พระสูตรนี้พูดถึง "อาหาร" สำหรับ อุปสรรค 5 ประการ ที่ทำให้จิตใจไม่ตื่น (นิวรณ์ 5) และ อาหารสำหรับ ปัจจัย 7 ประการที่ทำให้ตื่นรู้ (โพชฌงค์ 7)
อุปสรรค 5 ประการ คือ สภาพจิตใจที่ให้เกิดทุกข์ทรมาน และเศร้าหมอง ได้แก่ ความโลภ/กามฉันทะ (greed), ความโกรธ/พยาบาท (anger), ถีนมิทธะ ความเกียจคร้าน (sloth and torpor), อุทธัจจะกุกุจจะ ความฟุ้งซ่านรำคาญใจ (restlessness and worry), วิจิกิจฉา ความสงสัย (doubt)
greed จะบอกว่า ทำไมและอย่างไร ในการที่เราจะเอนเข้าหาโลก
aversion หรือความเกลียดชัง จะทำให้เราผลักดันหนีออกจากโลก
sloth and torpor ทำให้เราแนบอิงไปกับโลก
restlessness and worry ทำให้เราอึดอัดกับโลก
doubt ทำให้เราหมุนรอบโลกไป ไม่มีจุดจบ
คุณสมบัติเหล่านี้ เราเป็นคนให้อาหารมันเอง ด้วยวิธีการที่เรามีเจตนาจะทำเอง
อะไรคือ อาหาร สำหรับความอยากเหล่านี้
พระพุทธเจ้าบอกว่า มันคือ สัญญาณของความงาม the sign of beautiful
มันหมายความว่าอย่างไร มันหมายความว่า เมื่อเราเห็นสิ่งใดที่น่าดึงดูด (attractive) และเราเริ่มอยากจะได้มันมา เราจะเริ่มให้ความสนใจ มุ่งเป้าไปที่สิ่งนั้น ทั้งตาเนื้อ และ ตาใจของเรา จะพุ่งไปที่สิ่งนั้น ปิดการรับรู้สิ่งอื่นๆไป เราเห็นสิ่งน่าดึงดูดเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ หรือ สิ่งของ
นี่คือ จุดเริ่มต้นของความอยากได้ (craving) เป็นจุดที่ความอยากจะโผล่ขึ้นมา จากที่ก่อนนี้มันไม่มี มันเหมือนกับสิ่งอื่นเช่นเดียวกัน เหมือนกับตอนเราอยากอาหาร เช่น เราเห็นของหวานน่ากิน ก็อยากกินมัน อยากได้มัน
พระพุทธเจ้าบอกว่า นี่เป็นจุดสำคัญ ท่านบอกว่า sensuality is not a pretty thing of the world. Karma is not the pretty thing of the world. It is our craving and attachment to them. The wise person removes the attachment. So the problem isn't outside. It's the way we grasp and cling on to it. And that's what brings us problems. การได้รับรู้สิ่งนั้นไม่ใช่สิ่งน่ารักใคร่ในโลก กรรมก็ไม่ใช่สิ่งสวยงาม มันเป็นความอยากของเรา และ ยึดติดของเรา ต่อมัน คนฉลาดจะเอาการยึดติดนี้ออกไป ดังนั้น ปัญหาไม่ใช่ภายนอก แต่เป็นเรื่องของวิธีที่เราหยิบฉวยและเกาะติดกับมันต่างหาก (จิตส่งออกนอกเป็นทุกข์ จิตยึดถือจิต-คำสอนหลวงพ่อ) นี่แหละที่ทำให้เรามีปัญหา
So, the training is not try to hate the world or being misanthropes. We are training in cognitive flexibility, not being a slave to that initial thoughts that come up. But taking that one step up, metacognition, would this actually lead to the increase of wholesome mental states or an increase of unwholesome mental states.
ดังนั้น การฝึกไม่ใช่ให้เกลียดโลก เกลียดคน แต่ให้ฝึกจิตให้ยืดหยุ่นในการรับรู้ ว่า เมื่อความคิดแรกเข้ามา ก็ให้ถอยออกมา ดูว่า ความคิดนั้น ก่อให้เกิด จิตที่ดี หรือ จิตที่ไม่ดี
No comments:
Post a Comment