ที่มา https://www.facebook.com/saravuth.ph/posts/10153717988610664:0
กบฏกู้ชาติ
หนังสือแต่งโดยทศ พันธุมเสน ลูกของพระยาทรงสุรเดช อันนี้เพิ่งทราบว่าท่านมีลูกด้วย
สรุปที่อ่าน
หนังสือเล่มนี้ออกปี 2531 เพื่องานครบรอบอายุ 72 ปี ป๋วย
พอรัฐบาลไทยประกาศสงครามกับอังกฤษ
รัฐบาลอังกฤษจึงกันทรัพย์สินทั้งหมดของรัฐบาลไทย
นร.ไทยมาที่มาด้วยทุนรัฐบาลไทยจึงไม่ได้รับค่าใช้จ่ายไปด้วย
ต้องเอาของมีค่าไปจำนำหรือรับจ้างเป็นกรรมกรตามโรงงาน
แต่ผู้เขียนมีเงินออมอยู่พอสมควรเพราะว่า
ตั้งแต่พ่อลี้ภัยก็เจียมตัวว่ายากจนมาตลอดไม่ใช้ฟุ่มเฟือย
ทั้งนี้ผู้เขียนไปทำงานเหมืองถ่านหินในชนบทซึ่งคนอังกฤษที่นั่นก็ไม่รู้ว่า
ปท.ไทยอยู่ไหนหรือเป็นคู่สงครามกับอังกฤษ รู้จักแต่แฝดสยามและแมวสยาม
จึงต้อนรับผู้เขียนอย่างดี
ขณะที่เสนีย์ ปราโมช
อัครราชทูตไทยที่สหรัฐฯประกาศชัดเจนว่าไม่ยอมรับการประกาศสงครามของไทยกับ
พันธมิตรและได้เป็นหัวหน้าเสรีไทยที่สหรัฐฯ
ทูตไทยยังไม่ได้แสดงท่าทีใดๆที่ประชุมนร.ไทยในอังกฤษจึงคิดว่าจะหาใครเป็น
ผู้นำดี
เมื่อติดต่อไปหาพระมนูเวทวิมลนาทที่เป็นทูตก็ปรากฏว่าท่านไม่เห็นด้วยเพราะ
ทำอย่างนี้เท่ากับเป็นการกบฏต่อรัฐบาลไทย
จากนั้นติดต่อไปพระองค์เจ้าจุลฯท่านก็บอกว่าท่านปฏิบัติราชการในกองรักษาดิน
แดนอังกฤษอยู่แล้ว
ทั้งนี้มีหนังสือเวียนในหมู่นร.ว่าจะมีใครกลับไทยโดยเรือแลกเปลี่ยนเชลยหรือ
ไม่ถ้าไม่ก็จะถูกถอนสัญชาติไทย บางคนก็กลับบางคนก็ไม่
ป๋วยวางตัวเป็นครู เป็นหัวหน้าพวกเสรีไทยด้วยกัน
แต่คราวหลังก็มีทำตัวดีแตกเสเพลบ้างเหมือนกัน (ผู้เขียนแซวมากกว่าจะตำหนิ)
พวกเจ้าที่มาเป็นเสรีไทยด้วยกันและไปฝึกฝนกันในค่ายทหารอังกฤษก็สนิทกันจน
แทบจะไม่มีใครใช้ราชาศัพท์เวลาคุย
สถิติทหารอเมริกันเป็นการมโรคมากกว่าทุกชาติ
ขณะที่ญี่ปุ่นเป็นน้อยที่สุดเพราะทางการจัดหญิงบริการปลอดโรคให้ทหารรวมทั้ง
กำชับให้ใช้ถุงยางกับยาฆ่าเชื้อหลังร่วมเพศ
กลุ่มทหารเสรีไทยออกจากท่าลิเวอร์พูลต้นปี 2486
เดินทางโดยเรือไปอินเดียใช้เวลาสามเดือนครึ่งโดนระหว่างนี้มีแวะพักรอเรือ
ขบวนใหม่ที่อาฟริกาใต้ 28 วัน
ผู้เขียนนอนอยู่ในท้องเรือโดยถ้าโดนเรือดำน้ำเยอรมันยิงใส่ก็คงตายทันที
หรือถ้าทะลุไปโดนส่วนอื่นเรือก็จะจมในห้าถึงสิบนาทีอย่าหวังจะขึ้นไปดาดฟ้า
เรือได้ทัน สู้นอนสวดมนต์ดีกว่าไปเหยียบกับคนอีกพันคน
ระหว่างทางมีเครื่องบินเยอรมันที่ตั้งฐานในฝรั่งเศสออกมาโจมตีแต่ไม่สามารถ
ทำความเสียดายได้เพราะเรือรบอังกฤษคุ้มกันอย่างดุเดือด
ผู้เขียนกล่าวว่าคนส่วนใหญ่เมาเรือกันหนักมาก
ผู้เขียนไม่ได้กินอะไรเลยเพราะอ้วกออกหมดห้าวันเต็มอยากตายเพราะโดนระเบิดดี
กว่าทรมานจากอาการเมาเรือ
ทั้งนี้ถ้าอังกฤษแพ้เยอรมันในอาฟริกาเหนือสถานการณ์จะลำบากมากสำหรับพวกที่
กำลังไปอินเดียเพราะการส่งกำลังของอังกฤษไปอินเดียจะยากขึ้นมาและจะเสียอิน
เดียวให้ญี่ปุ่น
ผู้เขียนตอนแรกไม่ได้รับเลือกเป็นเสรีไทยกลุ่มช้างเผือกหรือกลุ่มที่ต้องทำ
การรบแต่ด้วยความอยากเป็นฮีโร่กลับไปให้แฟนสาวชาวอังกฤษได้รับรู้
จึงขอเข้าร่วมไปด้วยแต่หลังจากหายไปนาน
แฟนสาวนึกว่าผู้เขียนถูกจับจึงแต่งงานกับชายอื่นไป
ภายหลังสงครามแฟนสาวอังกฤษได้ชวนให้ผู้เขียนกลับไปเยี่ยมเธอและสามีในฐานะ
เพื่อนแต่ผู้เขียนปฏิเสธไปแต่ก็ยังไม่ลืมเธอในภาพหญิงสาววัย 21 ปี
กองทัพอังกฤษไม่เชี่ยวชาญการรบในป่าเมืองร้อนจึงแพ้อย่างย่อยยับให้กับญี่ปุ่นในมลายูและพม่า
แนวที่ 5 (fifth column) แปลว่าไส้ศึก
หม่อมเจ้าศุภสวัสดิ์วงศ์สนิท สวัสดิวัตน์ผู้นำเสรีไทยในอังกฤษได้ไปพบจำกัด พลางกูรที่จุงกิง ปีพ.ศ. 2486
ป๋วย ประทาน กับสำราญ
สามคนเป็นเสรีไทยอังกฤษกลุ่มแรกที่ได้รับมอบหมายเข้าไทย
โดยเลือกป๋วยเพราะรู้จากท่านชิ้นว่าปรีดีเป็นหัวหน้าขบวนการในประเทศ
ป๋วยเป็นนศ.มธ.รุ่นแรก ปรีดีรู้จักป๋วย
ป๋วยเดินทางโดยเรือดำน้ำแต่ไปถึงแล้วไม่มีคนมารับจึงไม่ได้ขึ้นบก
ผู้เขียนกล่าวว่าประทานเป็นคนที่เชี่ยวชาญด้านวิทยุ
ส่วนสำราญนั้นไม่น่าไว้ใจเพราะเชี่ยวชาญการรักษาโรคของม้าและหมา
ดังนั้นจึงน่าจะเป็นความเสี่ยงที่ถ้าป่วยไข้ขึ้นมาป๋วยจะได้รับการเยียวยา
เยี่ยงเดรัจฉาน (ฮา)
ทุกคนเห็นว่าการส่งป๋วยเข้าไปไทยเป็นคนแรกในเหมาะสมในแง่ที่ว่า
ป๋วยเป็นคนเก่ง สุขภาพดี จิตใจเข้มแข็ง ซึ่งทางการอังกฤษก็เห็นด้วย
ซึ่งถ้าได้เจอปรีดีทั้งสองฝ่ายก็น่าจะทำความเข้าใจกันได้ดี
ปัญหาคือถ้าป๋วยเข้าไปคนแรกแล้วพลาดถูกจับหรือตายก็จะเสียคนที่มีความสามารถ
มากไป
ดังนั้นผู้เขียนเห็นว่าน่าจะเก็บป๋วยไว้เป็นกำลังสำคัญมากกว่าจะส่งเข้าไป
เป็นกลุ่มแรก
แต่ป๋วยก็เป็นคนอาสารับความเสี่ยงเองว่าจะไปกลุ่มแรกจากผู้พันอังกฤษ
เสรีไทยสายอเมริกาพยายามเข้าไทยผ่านจีนแต่ถูกจีนถ่วงเวลาไว้
ส่วนเสรีไทยอังกฤษหลังจากวางแผนเข้าไทยผ่านเรือดำน้ำไม่สำเร็จจึงเปลี่ยน
เป็นโดดร่มแทน มีป๋วย ประทาน และเปรมหมอรักษาคนมาแทนสำราญหมอรักษาหมา
เนื่องจากแผนที่ไทยที่มีอยู่นั้นเป็นแผนที่เก่าก่อนสงครามโลก
จุดที่คาดว่าป๋วยและเพื่อนจะลงจากที่ว่าไม่มีหมู่บ้านจึงมีหมู่บ้านมีร่ม
สัมภาระอันหนึ่งตกในหมู่บ้านอีก
ป๋วยพยามยามวิทยุติดต่อฐานที่กัลกัตตาแต่ก็ไม่สำเร็จ
จนมาถูกชาวบ้านล้อมจับโดยขณะถูกจับนั้นป๋วยลังเลว่าจะกลืนยาพิษให้ตายเลยดี
หรือไม่ ทั้งนี้ตอนโดนจับนั้นมีนายตำรวจคนหนึ่งชักปืนเตรียมยิงป๋วยทิ้งแล้ว
แต่มีพลทหารเข้าไปขวางร้องว่าจับข้าศึกได้แล้วต้องส่งตัวให้ผู้บัญชาการ
การจัดการเองเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง
ยี่สิบปีต่อมาป๋วยได้สืบหาผู้มีพระคุณคนนี้จนเจอ
ประทานและเปรมถูกจับภายหลังเนื่องจากลืมใส่หมวกแล้วเดินเข้าไปในหมู่บ้านจึง
เป็นที่สงสัย
กำแหง พลางกูร น้องชายของจำกัด
ตอนอยู่ป่าอินเดียคืนหนึ่งฝันว่าพี่ชายมาเข้าฝันว่าตัวเองตายแล้ว
กำแหงตื่นขึ้นตกใจไปบอกเพื่อนๆไม่มีใครสนใจ
มารู้ภายหลังว่าจำกัดนั้นเสียชีวิตจริง
ฟ.ฮีแลร์อยู่อินเดียช่วงสงครามโลกทำหน้าที่รับส่งวิทยุ
หลังป๋วยถูกจับแต่ตำรวจเป็นฝ่ายกู้ชาติเหมือนกัน
ป๋วยจึงได้พบกับปรีดีและส่งข้อความมายังอินเดีย
โดยเมื่อพิจารณาจากสำนวนแล้วก็มั่นใจว่าป๋วยไม่ได้เขียนข้อความภายใต้บังคับ
ญี่ปุ่น ทางอังกฤษจึงวางแผนจะส่งเสรีไทยคณะที่สามเข้าไทย
อังกฤษและอเมริกาใช้ฉายา Ruth เป็นรหัสปรีดีมาจาก Truth
เพราะว่าการที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เป็นหัวหน้าขบวนการลับนี่มันเป็น
เรื่องจริงที่พิลึกกว่านิยาย
แผนของหน่วยของเสรีไทยคือส่งเสรีไทยเข้าไปฝึกทหารให้กับกองกำลังต่อต้าน
รวมทั้งสะสมอาวุธ แต่ทางลอนดอนไม่เห็นด้วยเพราะไม่ไว้ใจฝ่ายต่อต้านในไทย
อยากให้เสรีไทยปฏิบัติงานเป็นเอกเทศแต่ก็ยอมกับเหตุผลของฝ่ายเสรีไทยในที่
สุด
ผู้เขียนได้รับมอบหมายให้กระโดดร่มลงภูกระดึงที่สมัยนั้นไม่มีผู้คนรู้จัก
พลพรรคใต้ดินทั้งประเทศไทยน่าจะมีราวๆ แปดหมื่นคนที่มีอาวุธ
แต่ก็ล้วนเป็นพวกนิรนามเพราะไม่มีการเก็บรายชื่อไว้
เมื่อรัฐบาลไทยมีมติจ่ายเงินให้แก่เสรีไทยสายอังกฤษและอเมริกาเป็นค่าศึกษา
ใรตปท.เวลาสามปีครึ่งพวกเสรีไทยจึงไม่รับ
ตอนที่จะส่งท่านชิ้นเข้าเมืองไทยมีความกังวลว่าท่านชิ้นเป็นพระเชษฐาของพระ
นางเจ้ารำไพพรรณี ขณะที่รูธเป็นคณะราษฎรจะมีปัญหากันหรือไม่ รูธตอบว่าไม่
ท่านชิ้นวิทยุถามปรีดีว่าแล้วเพื่อนๆของท่านที่ถูกจับอยู่จะว่าไง
ปรีดีตอบว่าจะรีบหาทางปล่อยนักโทษการเมืองทั้งหลาย
พวกเสรีไทยอังกฤษหลายคนได้รับเหรียญตราจากทางอังกฤษแต่ผู้เขียนกล่าวว่าเขา
รวมทั้งเพื่อนๆไม่มีใครประดับเหรียญเพราะไม่มีใครยินดียินร้ายเรื่องเหรียญ
และต่างคนก็ไม่รู้ว่าใครได้เหรียญหรือไม่ได้เหรียญ
ในบรรดาเสรีไทยที่ได้กลับเมืองไทยได้เจอสาวไทยก็ลืมสาวฝรั่งกันหมดยกเว้น
ป๋วยคนเดียวที่ยังรักมั่นกับสาว
หลังจบสงครามป๋วยได้กลับไปอังกฤษต่อปริญญาเอกแต่เหนือสิ่งอื่นใดเขารีบแต่ง
งานเป็นอันดับแรก
โดยก่อนเข้าอังกฤษป๋วยต้องขึ้นเครื่องบินที่กัลกัตตาจึงได้ไปร่วมกับเสรีไทย
สายอเมริกาถวายความอารักขาพระเจ้าอยู่หัวอานันและพระอนุชาที่อยู่เมืองนั้น
ก่อนนิวัตพระนคร
เสรีไทยอเมริกาใหญ่กว่าและปฏิบัติงานได้สำคัญกว่าเสรีไทยอังกฤษแต่ไม่มีผู้
ได้เขียนหนังสือไว้ เสรีไทยอเมริกาสองคนโดนฆ่าตายตอนเข้าไทย
//////////////////////////////
อ่านจบแล้วสนุกมากๆๆๆๆๆๆๆ ผมไม่มีความรู้ประวัติศาสตร์เสรีไทยเลย
นึกว่าคงไม่ได้เป็นหน่วยที่เก่งกล้าอะไรเพราะว่ายังไม่ทันสู้รบจริงสงคราม
โลกก็จบซะก่อน แต่พอมาอ่านดูแล้วถึงรู้ว่าเสรีไทยนี่ฝึกหนักมากๆเหมือนกัน
มีเรื่องราวตื่นเต้นกว่าที่คิดเยอะ
จริงๆแล้วเอามาทำเป็นหนังหรือละครได้เลยนะ
แต่ก็อย่างที่เห็นหนังประวัติศาสตร์ของไทยมันก็มีแต่อย่างที่รู้ๆกันอยู่
ทั้งๆที่ประวัติศาสตร์ไทยนี่มีตัวละครสำคัญๆเยอะอยู่นะ อย่างง่ายๆนี่จำกัด
พลางกูร ถ้าไม่มีละครเวทีนี่ผมก็ไม่รู้จักเหมือนกัน